คอลัมน์ แสงธรรม : เกลียดได้ถึงขนาดนี้ (บุหรี่)

คอลัมน์ความคิด 9 มิ.ย. 57 | เข้าชม: 2,598

        "บุหรี่ 1 มวนทำให้อายุสั้นลง 7 นาที" พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ผู้จัดการวันที่ 16 พฤษภาคม ก่อนจะโยงเนื้อหาไปวันที่ 31 เดือนเดียวกัน "วันงดสูบบุหรี่โลก" พร้อมขยายความผลร้ายของบุหรี่
         "เท่ากับจะทำให้อายุสั้นลง 12 ปี และช่วงสองปีสุดท้ายจะเป็นช่วงที่ทรมานมากที่จะสุด ในแต่ละปีมีคนตายจากบุหรี่ 6 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้รวมทั้งคนเสียชีวิตทั้งที่ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับผลกระทบจากการที่ต้องสูดควันจากคนใกล้ชิดที่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตคนไทยปีละ 50,710 คน และเป็นสาเหตุของภาวะโรคของคนไทย ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรรวมกัน 628,061 ปีสุขภาวะ"

         

             ข้อมูลดูน่าเป็นห่วง ถึงจะมีการเตือนการเชิญชวนให้เลิกสูบบุหรี่ พร้อมกับมีการกำหนดให้ใส่รูปโรคร้ายจากภัยบุหรี่ไว้รอบซอง แต่ก็ไร้ผล คนติดบุหรี่ทั้งรู้ถึงผลร้ายทั้งสำนึกในอันตราย แต่ก็ยอมฆ่าตัวตายผ่อนส่ง แค่คิดว่ากว่าจะตายก็อีกนาน
          ความอยากเดี๋ยวนี้  จึงแรงกว่าผลที่อีกนานกว่าจะตามมา  ยังไงตอนนี้มวนนี้แน่นอนกว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่ตายวันนี้ก็ตายพรุ่งนี้อยู่แล้ว ปากสัมผัสควันช่องคอรู้สึกรสชาติปอดเสมือนโล่ง ได้เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวพิษร้ายก็เยือนมาให้รับรู้ทันทีทันควัน หมดมวนนี้แล้วจะเลิกหมดซองนี้แล้วจะหยุดเด็ดขาด แต่ก็ได้แค่คิดแค่ตั้งใจแค่พยายาม ไม่ทันไรก็อดใจไม่ไหวแล้ว อย่างกับที่พูดทีเล่นทีจริงกัน "เลิกสูบบุหรี่ไม่เห็นยากเย็นอะไร...นี่ก็เลิกมาเป็นร้อยเป็นพันนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว"
          แค่คิดจะเลิกจะไม่สูบจะไม่ติด ไม่พอ ตราบใดที่ความพยายามอยู่แค่สูบไม่สูบ และยังไปไม่ถึงความรักตนเองแท้จริง หากรักตนรักชีวิตรักสุขภาพ นอกจากดูแลเอาใจใส่อาหารการกินออกกำลังกายสม่ำเสมอแล้ว อะไรก็ตามที่ทำลายบั่นทอนสุขภาพกายสุขภาพใจ พึงต้องงดเว้นหลีกเลี่ยงห่างไกลให้เด็ดขาด
          ที่สำคัญต้องรักให้ครบถ้วนให้ครบองค์ครบบูรณาการ ไม่ใช่รักอย่างขณะเดียวกันก็ทำร้ายทำลายอย่างอื่นๆ อบายมุขแต่ละอย่างความผิดความชั่วแต่ละอย่าง ล้วนชี้บอกให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า คนที่หมก มุ่นอยู่กับมันนั้นยังรักตัวเองไม่เป็นไม่ครบ
          รักแท้ต้องนำไปสู่ความดีแท้ดีครบองค์ นอกจากไม่รักตนเองอย่างแท้จริงแล้ว คนสูบบุหรี่ยังไม่รักไม่เมตตาคนรอบข้างด้วย
         รักคนรอบข้างเริ่มต้นด้วยการเคารพสิทธิของแต่ละคน  สิทธิในสุขภาพสมบูรณ์ในความดีฝ่ายกายฝ่ายจิตใจ ควันบุหรี่นอกจากจะทำลายสุขภาพคนสูบแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพคนรอบข้าง ถึงจะไม่สูบบุหรี่ ไม่พ่นควันออกมารอบด้าน แต่เชื้อร้ายจากปอดที่ถูกทำลายก็ส่งผลออกมาทางลมหายใจ แม้อยู่ในบ้านในที่ทำงานในห้องอาหาร ก็ไม่ต่างกับคลุกคลีอยู่ กับกองขยะเน่าเสีย...อย่างไรอย่างนั้น
         

ทรรศนะของพระคัมภีร์ต่อบุหรี่
          พระคัมภีร์ไม่เคยพูดไว้โดยตรงเกี่ยวกับการ สูบบุหรี่ แต่มีหลักอยู่สองประการที่เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ ประการแรกคือ พระ คัมภีร์สอนว่าอย่าให้เรายอมให้อะไรเป็น "นาย" เหนือร่างกายของเรา ข้อพระคัมภีร์ 1 โครินธ์ 6:12 บอกว่า "ข้าพเจ้าทำสิ่งสารพัด ได้" แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะทำได้นั้นเป็นประโยชน์ "ข้าพเจ้าทำสิ่งสารพัดได้" แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใดเลย การสูบบุหรี่เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเสพสิ่งเสพติด
          ต่อมาในบริบทเดียวกัน ข้อพระคัมภีร์บอกว่า "ท่านไม่รู้หรือว่าร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง พระเจ้าได้ทรงซื้อท่านไว้แล้วด้วยราคาสูง เหตุฉะนั้นท่านจงถวายพระเกียรติ แด่พระเจ้าด้วยร่างกายของท่านเถิด" (1 โครินธ์ 6:19-20) การสูบบุหรี่เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ดีต่อสุขภาพของท่าน การสูบบุหรี่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการทำลายปอดและอาจจะเป็นการทำลายหัวใจด้วย