อธิบดีกรมควบคุมโรค ยันไทยยังห้ามนำเข้า-ขายบุหรี่ไฟฟ้า

ข่าว/กิจกรรม 26 ม.ค. 65 | เข้าชม: 272

วันที่ 25 มกราคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยแพร่เอกสาร 9 เหตุผล ที่ประเทศไทยต้องคงมาตรการห้ามนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้า ระบุว่า นอกจากเรื่องอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าจะมากหรือน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาแล้ว ต้องพิจารณาถึงผลกระทบอย่างรอบด้านที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดให้มีการขายบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างถูกกฎหมายด้วย โดยสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรค และโรคปอดนานาชาติ (International Union Against Tuberculosis and Lung Disease) เสนอว่าประเทศที่มีรายได้น้อยหรือปานกลาง การห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโยบายที่ดีที่สุดด้วยเหตุผล 10 ข้อ โดยเน้นว่าประเทศเหล่านี้ยังขาดความพร้อมในการควบคุมยาสูบในหลายๆ ด้าน ทั้งทรัพยากรบุคคลและงบประมาณในการสนับสนุน  แม้แต่การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว

“ประเทศเหล่านี้มีความพร้อมในการควบคุมยาสูบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับประเทศอังกฤษที่ส่งเสริมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนบุหรี่ธรรมดา เพราะอังกฤษได้ทำมาตรการควบคุมยาสูบตามที่กำหนดในอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลกได้อย่างครบถ้วนแล้ว ขณะที่ ประเทศรายได้น้อยและปานกลางส่วนใหญ่ยังไม่ได้ทำ และประเทศเหล่านี้ควรจะเร่งทำตามมาตรการต่างๆ ของอนุสัญญาฯ ขณะที่ต้องห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า” นพ.โอภาส กล่าว

ด้าน ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่า เครือข่ายที่ผลักดันให้ยกเลิกการห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เสนอเหตุผลเพียง 2 ข้อ ในการสนับสนุนข้อเรียกร้องของตน คือ บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา และบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ โดยไม่ได้พิจารณาถึงผลกระทบด้านอื่นๆ อีกทั้งความเห็นที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน และองค์การอนามัยโลกก็ยังไม่ยอมรับ ความเห็นที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาเป็นความจริง หากผู้สูบบุหรี่ต้องการเลิกสูบโดยใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ของแพทย์หรือภายใต้การวิจัยควบคุม แต่หากใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ธรรมดาด้วยผู้สูบบุหรี่เอง บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดา ซึ่งทำให้องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา ยังไม่ยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกสูบบุหรี่

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ในฐานะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ  กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของบุหรี่ไฟฟ้าจะต้องพิจารณาทั้งผลกระทบต่อคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กับผลกระทบต่อคนที่ไม่สูบบุหรี่โดยเฉพาะต่อเยาวชนที่จะเข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งถ้าสามารถจำกัดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าไว้เฉพาะในคนที่สูบบุหรี่ธรรมดาอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องห้ามขายก็ได้ แต่ยังไม่มีประเทศไหนที่จำกัดการใช้บุหรี่ไฟฟ้าไว้เฉพาะในคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้วได้ การพิจารณาจะให้ขายหรือห้ามขาย จึงต้องพิจารณาถึงผลกระทบรอบด้าน และประเทศไทยควรจะห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป

ขอบคุณ  

https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_3150395