• ทั่วไป
    1,114
  • ร้านอาหาร
    28
  • โรงพยาบาล
    1,940
  • สำนักงาน
    1,304
  • โรงเรียน
    1,364
  • วัด
    36
  • สถานีตำรวจ
    554
  • สถานบันเทิง
    1
  • ตลาด
    5
  • มหาวิทยาลัย
    546
  • จังหวัดปลอดบุหรี่
    8
  • สคร.
    25
  • เครือขายภาคี
    52
  • อบต.
    63
  • สสอ. / สสจ.
    107
  • สถานที่ราชการ
    135
  • เทศบาล
    3
  • อื่นๆ
    166
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบสถานะ
บุหรี่แบ่งขาย ยิ่งเลิกสูบยากขึ้น
2 ธ.ค. 59 / เปิดดู : 259

แพทย์ยืนยันการแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน  ทำให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้ยากขึ้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ว่าด้วยการรักษาโรคเสพติดยาสูบ เปิดเผยว่า  ตามที่สมาคมการค้ายาสูบไทย  ออกมาคัดค้านมาตรการห้ามแบ่งซองขายบุหรี่  ที่กำหนดอยู่ในร่างกฎหมายควบคุมยาสูบฉบับใหม่มาตลอดระยะเวลาสองปีมานั้น  ขอยืนยันตามหลักวิชาการว่า การซื้อบุหรี่แบบแบ่งขายเป็นมวน ๆ ทำให้เลิกสูบบุหรี่ง่ายขึ้นนั้น ไม่เคยมีหลักฐานทางวิชาการปรากฏตามข้อกล่าวอ้างนี้ แต่ตรงกันข้าม งานวิจัยพบว่า การที่คนสูบบุหรี่สามารถซื้อบุหรี่แบบแบ่งขายเป็นมวนๆ กลับจะทำให้เลิกบุหรี่ได้ยากขึ้น เพราะเขาจะได้บุหรี่มาสูบทุกครั้งที่อยากสูบ แม้เขาจะมีเงินไม่มากพอที่จะซื้อบุหรี่เป็นซองในเวลานั้นก็ตาม

และที่อ้างว่าการซื้อบุหรี่แบบแบ่งขายเป็นมวน ๆ จะทำให้ผู้สูบบุหรี่สูบจำนวนน้อยมวนลง  ก็ไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนเช่นกัน เพราะคนสูบบุหรี่นั้น ความต้องการบุหรี่ต่อวัน ขึ้นอยู่กับระดับการเสพติด หรือความต้องการสารนิโคตินในร่างกายซึ่งจะคงที่ จำนวนมวนบุหรี่ที่แต่ละคนจะสูบต่อวันจึงคงเดิม ไม่ได้ขึ้นกับว่าเขาจะซื้อบุหรี่มาได้คราวละกี่มวน  ความกังวลที่ว่า การที่กฎหมายกำหนดให้ผู้สูบบุหรี่ต้องซื้อเป็นซอง  จะทำให้คนสูบบุหรี่ยิ่งสูบมากขึ้น จึงไม่เป็นจริง  เพราะคนสูบบุหรี่เมื่อร่างกายได้รับปริมาณสารนิโคตินเข้าไปในวันนั้น ๆ ตามที่ร่างกายแต่ละคนต้องการแล้ว  ก็ไม่อยากสูบเพิ่มอีก

 

งานวิจัยยังยืนยันว่า การห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวนๆ  จะช่วยให้ ผู้ที่สูบบุหรี่แบบเป็นครั้งเป็นคราว เลิกสูบได้ง่ายขึ้น ซึ่งในประเทศไทย มีผู้ที่สูบบุหรี่ในลักษณะนี้มากถึงล้านสี่แสนคน การห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน จึงมีอานิสงส์โดยตรงต่อคนกลุ่มนี้ ทำให้ตัดใจเลิกบุหรี่ได้มากขึ้น

 

ที่สำคัญการแบ่งขายบุหรี่แบบเป็นมวน ทำให้คนที่มีรายได้น้อย ทั้งเด็กและคนที่ยากจนสามารถเข้าถึงบุหรี่ได้ง่ายและได้ตลอดเวลา  โดยเฉพาะเด็ก ๆ  ทำให้เด็กสามารถซื้อบุหรี่เป็นมวน ๆ      เพื่อทดลองสูบ จนเกิดการเสพติดบุหรี่ขึ้น การสำรวจที่ทำด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกเมื่อ  พ.ศ. 2554 พบว่า เด็กไทยอายุ 15 ถึง 17 ปีที่สูบบุหรี่ ร้อยละ 88.3 ซื้อบุหรี่แบบแบ่งขายเป็นมวน นี้เป็นเหตุผลสำคัญ  ที่อนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบขององค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนให้ประเทศภาคีดำเนินการห้ามการแบ่งขายบุหรี่แบบเป็นมวน ๆ และขณะนี้มี 93 ประเทศที่ออกกฎหมายนี้แล้ว

“ผมจึงขอกราบวิงวอนให้กรรมาธิการที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ทุกท่าน ได้โปรดช่วยกันรักษามาตรการห้ามแบ่งขายบุหรี่แบบเป็นมวน ตามที่มีอยู่ในมาตรา 39 ของร่าง พ.ร.บ.นี้  เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงบุหรี่  ซึ่งจะลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ และทำให้ผู้สูบบุหรี่ที่มีฐานะยากจนสามารถเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งผมจะได้ไม่ต้องถูกถามจากเพื่อนชาวต่างประเทศอีกว่า  เมื่อไรประเทศไทยจะห้ามแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน ๆ ครับ”  นพ.สุทัศน์  กล่าวในที่สุด

 

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ: น.ส.ชวาลา  ภวภูตานนท์ฯ  โทร. 0-2278-1828 / 08-1458-5877

ย้อนกลับ To Top