• ทั่วไป
    1,114
  • ร้านอาหาร
    28
  • โรงพยาบาล
    1,940
  • สำนักงาน
    1,304
  • โรงเรียน
    1,364
  • วัด
    36
  • สถานีตำรวจ
    554
  • สถานบันเทิง
    1
  • ตลาด
    5
  • มหาวิทยาลัย
    546
  • จังหวัดปลอดบุหรี่
    8
  • สคร.
    25
  • เครือขายภาคี
    52
  • อบต.
    63
  • สสอ. / สสจ.
    107
  • สถานที่ราชการ
    135
  • เทศบาล
    3
  • อื่นๆ
    166
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบสถานะ
เมืองในอาเซียนปลอดบุหรี่ครั้งที่ 4
13 ต.ค. 59 / เปิดดู : 117

น.ส.บังอร ฤทธิภักดี ผู้อำนวยการบริหาร องค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน กล่าวว่า งานวิจัยจากทั่วโลกพบว่าการได้รับควันบุหรี่มือสองจะทำให้เสียชีวิต เป็นโรค และพิการ ทั้งนี้ บุหรี่คร่าชีวิตคนประมาณ 6 ล้านคนทั่วโลกทุกปี และมากกว่า 6 แสนคนเป็นผู้ไม่สูบบุหรี่แต่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเด็กร้อยละ 31 และผู้หญิงร้อยละ 64 ส่วนในภูมิภาคอาเซียนนั้นมีผู้สูบบุหรี่มากถึง 121 ล้านคน ดังนั้น จากสถิติที่ได้นำเสนอจะทำให้เห็นว่าประเทศอาเซียนต่างๆ ที่เป็นภาคีต่ออนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลกจะต้องทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้

 

“งานวิจัยล่าสุดค้นพบว่าสารพิษจากบุหรี่จะตกค้างอยู่ในบ้านของผู้สูบบุหรี่อย่างน้อย 6 เดือนหลังจากเลิกสูบบุหรี่แล้ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยคนอื่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและทารก จากข้อมูลล่าสุด ขององค์กรเครือข่ายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบในอาเซียน พบว่าเยาวชนในภูมิภาคอาเซียน ได้รับอันตรายจากการได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งภายในและนอกบ้าน ที่ประเทศอินโดนีเชีย มีเยาวชนร้อยละ 68.8 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ในขณะที่เยาวชนร้อยละ 78.1 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้าน สำหรับประเทศไทย เยาวชนร้อยละ 45.7 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านและร้อยละ 67.6 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้าน และประเทศเวียดนาม มีเยาวชนร้อยละ 58.5 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน และร้อยละ 71.2 เป็นผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองนอกบ้านตนเอง” น.ส.บังอร กล่าว

นายโฮเซ เอ็นริค การ์เซีย สมาชิกสภาเขต 2 เมืองบาทาน ประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ปัจจุบันมี 45 เมืองจาก 8 ประเทศที่เป็นสมาชิกเมืองปลอดบุหรี่ในอาเซียน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีเครือข่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับการทำงานป้องกันและลดการสูบบุหรี่ สิ่งสำคัญอยู่ที่ผู้นำ ซึ่งเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ประกาศจะให้สิ่งแวดล้อมต่างๆ ต้องปราศจากควันบุหรี่ ซึ่งหากมีการออกประกาศเป็นกฎหมาย ย่อมเปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานได้ง่ายขึ้น ถือเป็นอนาคตที่สดใสของฟิลิปปินส์

 

http://www.matichon.co.th/news/319992

ย้อนกลับ To Top