WHO ออกแถลงเตือน บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นดังอ้างลดเสี่ยง แต่พบสารพิษสูงกว่ายาสูบ

คอลัมน์ความคิด 3 ส.ค. 63 | เข้าชม: 135

WHO ออกแถลงการณ์ เตือนบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยง ย้ำ พบสารพิษหลายชนิดสูงกว่าบุหรี่ธรรมดา แฉ บุหรี่ไฟฟ้าทำให้คนสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น 20%

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดและเลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกได้ออกแถลงการณ์ กรณีที่องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา หรือเอฟดีเอ อนุมัติให้ผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใหม่แบบให้ความร้อน ที่ใช้ชื่อทางการค้า “ไอคอส” (IQOS) เป็นผลิตภัณฑ์ลดสารอันตราย (reduced exposure) ว่าอาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภค

ทำให้เข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วบุหรี่ชนิดนี้มีสารพิษหลายชนิดที่สูงกว่าบุหรี่ธรรมดา และพบสารพิษบางชนิดที่ไม่เคยพบในบุหรี่ธรรมดามาก่อน ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบผลกระทบของสารพิษเหล่านี้ต่อสุขภาพในระยะยาว ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกให้ความเห็นว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกตามอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก และการอนุมัติของเอฟดีเอครั้งนี้เป็นบริบทเฉพาะสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่อาจนำมาอ้างอิงกับประเทศอื่นๆ ได้

“องค์การอนามัยโลกได้ชี้แจงว่า เอฟดีเอปฏิเสธคำขอของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส จากเดิมได้ขอขึ้นทะเบียนบุหรี่ไฟฟ้าชนิดนี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาคือ ประเภทลดความเสี่ยง (reduced risk) จึงอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์ลดสารอันตรายแทน โดยเอฟดีเอได้ย้ำว่า ไม่ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นี้ปลอดภัย และห้ามไม่ให้นำไปอ้างอิงในการโฆษณา และส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ เอฟดีเอ ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ในกลุ่มเยาวชน โดยสั่งให้บริษัทฟิลลิป มอร์ริส ติดตามเรื่องนี้และรายงานเอฟดีเออย่างใกล้ชิด” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงว่า ในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ได้มีการอ้างอิงถึงกรณีเอฟดีเอ อนุมัติให้บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนนี้เป็นผลิตภัณฑ์ลดสารอันตราย เพื่อหวังจะให้มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าชนิดนี้ได้ และโฆษณาบิดเบือนข้อมูลว่าปลอดภัย หรือมีอันตรายน้อยกว่าหรือเป็นผลิตภัณฑ์บุหรี่แบบลดความเสี่ยง จึงอยากเตือนผู้บริโภคโดยเฉพาะเยาวชนอย่าได้หลงเชื่อ โดยย้ำว่าบุหรี่ทุกชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพ และบุหรี่ประเภทนี้ไม่ได้ช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จริง แนะนำให้ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ปรึกษาแพทย์

ด้าน ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยรายงานที่ทบทวนงานวิจัยทางระบาดวิทยาของ 4 รายงาน ในปี 2562 พบว่า 10-45% ของผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนเป็นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน และ 69% ของคนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อน ยังคงสูบบุหรี่ธรรมดาด้วย และแม้บุหรี่ไฟฟ้าแบบให้ความร้อนจะทำให้คนที่สูบบุหรี่ธรรมดาเลิกสูบได้ 11% แต่กลับทำให้คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เข้ามาสูบบุหรี่ธรรมดา 20% ซึ่งเท่ากับว่าบุหรี่ไฟฟ้าชนิดให้ความร้อนเพิ่มจำนวนคนที่สูบบุหรี่ธรรมดามากขึ้น

https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_4611890