• ทั่วไป
    1,121
  • ร้านอาหาร
    28
  • โรงพยาบาล
    1,980
  • สำนักงาน
    1,311
  • โรงเรียน
    1,472
  • วัด
    38
  • สถานีตำรวจ
    556
  • สถานบันเทิง
    1
  • ตลาด
    6
  • มหาวิทยาลัย
    551
  • จังหวัดปลอดบุหรี่
    9
  • สคร.
    25
  • เครือขายภาคี
    55
  • อบต.
    68
  • สสอ. / สสจ.
    109
  • สถานที่ราชการ
    138
  • เทศบาล
    8
  • อื่นๆ
    185
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบสถานะ
นักวิชาการเผยแม่ตั้งครรภ์สูดนิโคตินลูกเสี่ยงสมาธิสั้น
21 ส.ค. 57 / เปิดดู : 1,127

ท.ญ.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผย 

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า การรับสารนิโคตินจากยาสูบ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กมีอาการสมาธิสั้น นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม หลักฐานล่าสุดจากการทดลองในสัตว์ แสดงให้เห็นว่าการได้รับสารนิโคตินก่อนคลอดมีอิทธิพลต่อสมอง ซึ่งในมนุษย์ก็เช่นกัน นิโคตินจะถูกส่งจากแม่สู่ลูก เป็นกลไกที่จะกระตุ้นโรคสมาธิสั้นในเด็กได้

พ.ญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ จิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคสมาธิสั้น เป็นโรคในวัยเด็กที่นำไปสู่ภาวะก้าวร้าว ต่อต้านสังคม และปัญหาการเสพยา หรือปัญหาการใช้ความรุนแรงในวัยรุ่น จากการสำรวจความชุกของโรคสมาธิสั้นในประเทศไทย พ.ศ.2555 จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-5 จำนวน 7,188 คนทั่วประเทศ โดยสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ พบว่าความชุกของโรคสมาธิสั้นเท่ากับ 8.1% เป็นเพศชาย 12% และหญิง 4.2% (เพศชายมากกว่าเพศหญิง 3 เท่า) ทำให้สามารถประมาณการได้ว่ามีเด็กนักเรียนไทยที่เป็นโรคสมาธิสั้นอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งอัตราความชุกของโรคสมาธิสั้นในไทยมีค่าใกล้เคียงสหรัฐอเมริกา 9% แต่สูงกว่าหลายๆ ประเทศที่พบประมาณ 5-6% อาการสมาธิสั้นที่พบมากที่สุดคือ ซน อยู่ไม่นิ่ง และมีอาการหุนหันพลันแล่น ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ต้องเข้ารับการรักษา

ภญ.อรทัย วลีวงศ์ นักวิจัยสำนักวิจัยนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ (สวน.) สำนักนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2554 จากจำนวนตัวอย่าง 733 คน พบว่า 1.8% มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ ในขณะที่ตัวเลขการได้รับสัมผัสควันบุหรี่มือสองขณะตั้งครรภ์เป็นประจำ พบว่าสูงถึง 15.7% ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่บอกว่าได้รับควันบุหรี่จากคนในครอบครัว โดย 70.3% ได้จากสามี 40.3% ได้รับจากญาติ ในขณะที่ 37.2% ได้รับจากคนอื่นๆ

ด้าน พ.ญ.วิรัลพัชร กิตติธะระพันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กรมสุขภาพจิต แนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เลิกบุหรี่ได้ จะลดความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นโรคสมาธิสั้นได้ นอกจากนี้ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันมือสองขณะตั้งครรภ์ ทั้งจากในบ้าน ในรถยนต์ และพื้นที่สาธารณะอื่นๆ เพราะเด็กในครรภ์จะได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งมีสารนิโคตินเข้าไปในร่างกายได้ ดังนั้นบุคคลรอบข้างควรงดสูบบุหรี่ไปด้วย หากต้องการเลิกบุหรี่ โทร.1600 สายด่วนเลิกบุหรี่

บ้านเมือง ฉบับวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ย้อนกลับ To Top