เผยวัยรุ่นติดบุหรี่เพราะสมองพัฒนายังไม่เต็มที่

อันตรายจากบุหรี่ 25 มี.ค. 57 | เข้าชม: 1,032

      โดยสมองส่วนหน้าทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิดอย่างมีเหตุผล  ความสามารถในการรู้ถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากการกระทำในปัจจุบัน   ความสามารถในการเลือกพฤติกรรมที่ดีกับที่ไม่ดี  ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับและการปรับอารมณ์ที่เป็นที่ยอมรับของสังคม  ทำให้คนสามารถที่จะมีการตัดสินใจที่ดีในการแก้ปัญหาหรือในการตัดสินใจกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อันทำให้สมองส่วนหน้านี้ทำหน้าที่ปรับความสมดุลระหว่างการตอบสนองตามสัญชาตญาณ แรงผลักดันจากภายใน และปฏิกิริยาทางอารมณ์กับการคิดอย่างมีเหตุผล  ซึ่งการที่สมองของคนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี  หรือวัยรุ่นยังอยู่ในระหว่างการเติบโตนี่เอง  วัยรุ่นจึงมีความเสี่ยงต่อการตอบสนองทางอารมณ์  ทำให้อาจจะทำสิ่งต่างๆ โดยไม่ได้คิดถึงสิ่งที่จะเป็นผลตามมาจากการกระทำนั้นๆ

       จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของสมองวัยรุ่นจนถึงเป็นผู้ใหญ่นี้  อธิบายว่าทำไมวัยรุ่นจึงเข้าไปทดลองสูบบุหรี่  จนเกิดการเสพติดขึ้น  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าบุหรี่มีอันตรายมากมาย จากการเลียนแบบผู้ใหญ่ในบ้าน  ดารานักแสดง การชักชวนของเพื่อน และการโฆษณาและส่งเสริมการขายบริษัทบุหรี่ ทั้งนี้อายุการเริ่มเสพติดบุหรี่ของวัยรุ่นทั่วโลกอยู่ที่ 16 ถึง 18 ปี  และวัยรุ่นไทยเฉลี่ยเสพติดบุหรี่ที่อายุ 17.4 ปี และประมาณร้อยละ 80 ถึง 90 ติดบุหรี่ก่อนอายุ 20 ปีและคนที่ติดบุหรี่หลังจากอายุ 25 ปีไปแล้ว มีเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งจากข้อเท็จจริงดังกล่าวประเทศต่าง ๆ จึงได้เพิ่มอายุที่ห้ามขายบุหรี่แก่ผู้ที่อายุ 18 ปี หรือต่ำกว่าเป็นอายุ 20 ปี  ส่วนพ่อแม่ต้องเข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่น  ที่จะต้องดูแลลูกในวัยนี้อย่างใกล้ชิด  ให้คำแนะนำ พร่ำสอนและตักเตือนตลอดช่วงระยะเวลาที่ลูกเป็นวัยรุ่น  ไม่ให้หลงทางไปติดบุหรี่ อบายมุขอื่น หรือพฤติกรรมนิสัยที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ทั้งนี้บริษัทบุหรี่ได้พุ่งเป้าการตลาดไปที่วัยรุ่นมานานแล้ว  เอกสารภายในของบริษัทบุหรี่ที่บันทึกไว้ว่า  “ถ้าเราหยุดทำการตลาดไปยังวัยรุ่น  ธุรกิจของเราจะล้มละลายใน 20 ถึง 30 ปี  เพราะจะไม่มีลูกค้าพอที่ธุรกิจจะอยู่ได้”  สะท้อนเจตนาของบริษัทบุหรี่ได้อย่างหมดเปลือก ศ.นพ.ประกิต กล่าวในที่สุด